วันจันทร์ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

กิจกรรมทดสอบกลางภาคเรียน

บทความเรื่องสอนแนะให้รู้จักคิด
ให้นักเรียนอ่านบทความแล้วดำเนินการดังนี้
1.ข้อสรุปที่ได้จากบทความ
-การสอนแนะให้รู้คณิตศาสตร์จะกล่าวถึงเรื่องรูปแบบการจัดการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับความสนใจและความแตกต่างระหว่างบุคคลโดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ เรียนรู้แบบการสอนให้คิดและการให้เหตุผลเชิงคณิตศาสตร์และสามารถเชื่อมโยงคณิตศาสตร์มาใช้ในชีวิตประจำวันได้โดยมีครูผู้สอนเป็นผู้คอยให้คำปรึกษาอำนวยความสะดวกในการจัดการเรียนรู้
2.ถ้าท่านเป็นครูผู้สอนท่านจะนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์กับการเรียนการสอนได้อย่างไร
-ถ้าฉันเป็นครูผู้สอนฉันจะนำความรู้ไปประยุกต์ใช้โดยการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญและจัดกิจกรรมการเรียนรู้จากท้องถิ่นของนักเรียนเองโดยเน้นเรื่องที่ทันสมัยและให้นักเรียนฝึกแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์จากสถานการณ์จริงและคิดอย่างเป็นระบบเน้นการเรียนการสอนแบบกลุ่ม เพราะการเรียนรู้โดยกลุ่มจะช่วยให้นักเรียนรู้จักการทำงานเป็นกลุ่มและมีความสามัคคีซึ่งกันและกัน
3.ในฐานะที่นักศึกษาจะเป็นครูในอนาคตจะออกแบบการเรียนการสอนที่จะนำแนวคิดนี้ไปใช้ได้อย่างไร 
-จะออกแบบการเรียนการสอนโดยเน้นรูปแบบการสอนที่หลากหลายไม่ยึดติดกับรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งเน้นการบูรณาการการเรียนรู้ เรียนรู้จากสิ่งที่มีอยู่ในท้องถิ่นของนักเรียนเองและที่สำคัญนักเรียนสามารถแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ได้ด้วยตัวเอง มีความคิดที่เป็นระบบและให้นักเรียนทำงานเป็นกลุ่มโดยสมาชิกในกลุ่มจะต้องร่วมกันอภิปรายหน้าชั้นเรียน เช่นจะสอนเรื่องการบวก-ลบโจทย์ปัญหา
การจัดการเรียนรู้
1. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5 คน
2. ให้สมาชิกในกลุ่มช่วยกันแต่งโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับการบวก การลบ โดยให้เอาราคาสินค้าจากกระดาษโฆษณาสินค้า เช่นกระดาษโลตัส เป็นต้น
3. เขียนลงในกระดาษ และตกแต่งให้สวยงาม
4. ส่งตัวแทนนำเสนอผลงาน หน้าชั้นเรียน
5. ครูและนักเรียนทุกคนร่วมกันสรุปความรู้ที่ได้
บทความเรื่องความเป็นครูของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ของ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล วารสารทักษิณ
1.ข้อสรุปที่ได้จากบทความ
-ความเป็นครูของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวคือครูจะต้องมีความรู้ที่ครอบคลุม รู้ลึก รู้จริงและรู้กระจ่างแจ้ง การที่ครูจะให้ศิษย์ทำอะไรเป็น ครูจะต้องทำเป็นก่อนและที่สำคัญเรียนรู้อะไรแล้วต้องรู้จักนำมาประยุกต์ใช้ให้เข้ากับวิถีชีวิตของตนเองไม่ใช่ลอกเลียนแบบของเขาทั้งหมด เพราะการเลียนแบบนั้นจะไม่เกิดผลประโยชน์กับตนเองเมื่อรู้แล้วจะต้องนำมาปฏิบัติไม่ใช่เก็บความรู้ในตำราเรียน
2.ถ้าท่านเป็นครูผู้สอนท่านจะนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์กับการเรียนการสอนได้อย่างไร
-ให้นักเรียนรู้จักเรียนรู้และคิดด้วยตนเอง สอนให้นักเรียนตระหนักอยู่เสมอว่าการเรียนรู้ไม่ใช่การลอกเลียนแบบ ให้นักเรียนรู้จักการใช้ชีวิตที่พอเพียง มีวินัยในตนเองรู้จักหน้าที่ของตนเอง มีความรักความสามัคคีซึ่งกันและกัน
3.ในฐานะที่นักศึกษาจะเป็นครูในอนาคตจะออกแบบการเรียนการสอนที่จะนำแนวคิดนี้ไปใช้ได้อย่างไร 
-การออกแบบการเรียนการสอนจะต้องให้นักเรียนรู้จักการใช้ชีวิตของตนเอง เป็นคนที่รู้หน้าที่ มีวินัยและตรงต่อเวลาใช้ชีวิตแบบพอเพียง ใช้จ่ายอย่างประหยัดไม่ฟุ่มเฟือย
เช่นสอนเรื่องการใช้ชีวิตอย่างพอเพียง
การจัดการเรียนรู้
1.     ให้นักเรียนแบ่งกลุ่มกลุ่มละ 5 คน
2.     ให้นักเรียนในกลุ่มร่วมกันสรุปการดำเนินชีวิตในด้านต่าง ๆ ของตนเองและของครอบครัวแล้วบันทึกในใบงาน นำผลการสำรวจการวิเคราะห์/จำแนกกิจกรรม ในครอบครัวที่เป็นผลดีต่อการดำเนินชีวิตตามหลักแนวคิดของเศรษฐกิจพอเพียง อภิปรายในกลุ่ม
3.     สมาชิกในกลุ่มส่งตัวแทนนำเสนอหน้าชั้นเรียน
4.     ครูและนักเรียนทุกคนร่วมกันสรุปกิจกรรมการดำเนินชีวิตในครอบครัวที่สอดคล้องกับหลักแนวคิดของเศรษฐกิจพอเพียง



วันจันทร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

กิจกรรมที่ 7


ให้นักศึกษาศึกษาดูโทรทัศน์ครู ให้เลือกเรื่องที่นักศึกษาสนใจมาคนละ 1 เรื่อง และเขียนลงในบล็อกกิจกรรมของนักเรียนดังนี้
1. สอนเรื่องอะไร  ผู้สอนชื่อ ระดับชั้นที่สอน


เรื่อง ตาชั่งสมการ
โดย ผศ. พิมพ์พร อสัมภินพงศ์ รร.สาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ระดับชั้นที่สอน ประถมศึกษา
2. เนื้อหาที่ใช้สอนมีอะไรบ้าง
เนื้อหาที่ใช้สอน
-สมการ คือ ประโยคสัญลักษณ์ที่ใช้เครื่องหมาย = (เท่ากับ) เพื่อแสดงความเท่ากันของจำนวนทั้งสองข้าง โดยแบ่งเป็นสมการที่เป็นจริง และสมการที่เป็นเท็จ
-สมบัติการเท่ากันของสมการ
3. จัดกิจกรรมการสอนด้าน (สติปัญญา=IQ, อารมณ์=EQ, คุณธรรมจริยธรรม=MQ)
ด้านสติปัญญา =IQ
-อาจารย์จะนำเข้าสู่บทเรียนเรื่องสมการโดยการใช้ตาชั่งสองแขน นำเอาลูกอมหรือช็อกโกแลตที่เม็ดเท่ากันมา 3 สี สีละ 10ชิ้น ค่อยๆใส่ลูกอมลงตาชั่งทีละข้าง แล้วนำมาเปรียบเทียบกัน จะสามารถรู้ได้ว่าเมื่อเท่ากันเป็นสมการที่เป็นจริง ถ้าตาชั่งเอียงไม่เท่ากันก็จะเป็นสมการที่เป็นเท็จ
-นักเรียนสามรถบอกได้ว่าสมการใดเป็นจริงและสมการใดเป็นเท็จ
-นักเรียนสามารถค้นคว้าด้วยตนเองในเรื่องสมบัติการเท่ากันของสมการ
ด้านอารมณ์ =EQ
-นักเรียนมีส่วนร่วมในการในการระดมความคิด การทำงานเป็นกลุ่ม
-นักเรียนสนใจในเรื่องที่ครูสอน เพราะนักเรียนได้มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรม และได้เรียนรู้ตามสภาพจริง
ด้านคุณธรรม จริยธรรม =MQ
-นักเรียนมีความสามัคคีซึ่งกันและกัน และมีส่วนร่วมในการทำงานกลุ่มช่วยระดมความคิดและช่วยกันสรุป จากนั้นช่วยกันอภิปรายหน้าชั้นเรียน
4. บรรยากาศการจัดห้องเรียน เป็นอย่างไร
-ห้องเรียนมีความเป็นระเบียบเรียบร้อยและสะอาดมากไม่มีเศษขยะ มีป้ายนิเทศทั้งสองข้างของกระดาน ฝาพนังมีการตกแต่งด้วยข้อความและภาพต่างๆ หน้าต่างเปิดทุกบาน ห้องเรียนมีแสงสว่างเพียงพอ โต๊ะอาจารย์ตั้งอยู่หน้าห้องขวามือ และโต๊ะนักเรียนจัดโต๊ะเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 4-5 คน ผสมชายหญิง

 







กิจกรรมที่ 6

สักวันฉันจะดีพอ (ศิริวรรณ)

กิจกรรมที่ 5

1.ประวัติอาจารย์เพียงเพ็ญ   ณ นคร
ชื่อนางเพียงเพ็ญ   ณ นคร
ตำแหน่งครูชำนาญการโรงเรียนบ้านคลองดิน หมู่ที่ 3 ตำบลนาเคียน อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช
บิดาชื่อ นายริ่น   เกิดแก้ว
มารดาชื่อ นางเอื้อน เกิดแก้ว
มีญาติพี่น้องร่วมบิดามารดา 8 คน
สมรสกับนายสุชาติ ณ นคร ข้าราชการบำนาญ มีบุตร 2 คน
ภูมลำเนาปัจจุบัน บ้านเลขที่ 91/10 หมู่ที่ 1 ตำบลโพธิ์เสด็จ อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช 80000
2.ประวัติการศึกษา
ปี พ.ศ. 2502-2506 ป.1-ป.4 โรงเรียนบ้านหัวไทร (เรือนประชาบาล)
ปี พ.ศ. 2507-2509 ป.5-ป.7 โรงเรียนหัวไทรประถมปลาย
 ปี พ.ศ. 2510-2512 ประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาตอนต้น
ปี พ.ศ. 2513-2514 ประกาศนียบัตรวิชาการศึกษา (ป.กศ.)
ปี พ.ศ. 2514-2517 ประกาศนียบัตรวิชาครูพิเศษมัธยม (พ.ม.) ศึกษาด้วยตนเอง
ปี พ.ศ.2526 ครุศาสตร์บัณฑิต (ค.บ.) วิทยาลัยครู
3.ประวัติรับราชการ
ปี 2514 ครูโรงเรียนวัดท้ายโหนด อำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช
ปี 2517 ครูโรงเรียนบ้านหัวไทร (เรือนประชาบาล) อำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช
ปี 2519 ครูโรงเรียนจังหูน อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช
ปี 2534 ครูโรงเรียนบ้านคลองดิน อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช
การสอนของอาจารย์
อาจารย์เพียงเพ็ญเป็นครูที่เพียบพร้อมด้วยจรรยาบรรณของวิชาชีพครู มีความประพฤติตนเป็นแบบอย่างได้ทั้งด้านจริยธรรม คุณธรรม บุคลิกภาพ การพูดจาที่นิ่มนวลและจริงใจ ตรงไปตรงมา และทุกครั้งที่อาจารย์สอนอาจารย์จะสอนเต็มที่ทั้งในด้านเนื้อหา สาระความรู้ และด้านคุณธรรม จริยธรรม
4.นักเรียนประยุกต์สิ่งที่ดีของครูมาใช้ในการพัฒนาตนเอง
จากที่ได้ศึกษาประวัติของอาจารย์ สามารถนำมาพัฒนาตนเองคือ การอดทนและความรับผิดชอบในหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ต้องทำงานให้เต็มที่และเต็มศักยภาพ ความมีวินัยในตนเอง และการปฏิบัติตนให้เป็นคนดี มีคุณธรรม จริยธรรม ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข






วันจันทร์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

กิจกรรมที่ 4

การทำงานเป็นทีม
        การทำงานเป็นทีมนั้นจะเป็นประโยชน์สูงสุดขององค์กรและมีโอกาสประสบผลสำเร็จมากกว่าการทำงานคนเดียว
        ทีม คือ กลุ่มของบุคคลที่ทำงานร่วมกันเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์เดียวกันโดยสมาชิกต้องเสียสละความเป็นส่วนตัว มีความเข้าใจ มีความผูกพัน และให้ความร่วมมือกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายของทีมได้
แนวคิดและหลักการเกี่ยวกับทำงานร่วมกันของบุคคล
1.      การยอมรับความแตกต่างของบุคคล
2.      แรงจูงใจของมนุษย์
3.      ธรรมชาติของมนุษย์
ขั้นตอนการทำงานเป็นทีม
1.      วิเคราะห์งาน
2.      กำหนดเป้าหมายร่วมกัน
3.      วางแผนการทำงาน
4.      กำหนดกิจกรรม
5.      แบ่งงานให้สมาชิกของทีม
6.      ปฏิบัติจริงตามแผน
7.      ติดตามและนิเทศงาน
8.      ประเมินขั้นสุดท้าย
การสื่อสาร คือการถ่ายทอดความรู้ ความเข้าใจ ความคิด ความรู้สึก และประสบการณ์จากผู้พูดไปสู่ผู้ฟังโดยใช้ถ้อยคำ ภาษา น้ำเสียงและกริยาท่าทาง
ปัจจัยความสำเร็จของผู้พูด
1.      ทำความเข้าใจกับผู้รับข่าว
2.      ทำให้เป็นเรื่องง่าย
3.      ตรงประเด็น
4.      สร้างความมั่นใจกับตัวเอง
การพูดโน้มน้าวหรือจูงใจ คือการพูดเชิงชักชวน เกลี่ยกล่อม โน้มน้าวให้ผู้ฟังเชื่อถือศรัทธา มีความคิดเห็นคล้อยตาม ยอมรับและปฏิบัติตามในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมเป็นสำคัญ

กิจกรรมที่ 3


การชั้นเรียนของครู ยุคศตวรรษที่ 21


  1.การจัดการเรียนการสอน จัดชั้นเรียน เตรียมการสอน ในยุคศตวรรษที่ 21 กับยุคก่อนศตวรรษที่ 21 เปรียบเทียบกันแตกต่างกันอย่างไร
        ในยุคก่อนศตวรรษที่ 21เป็นการเตรียมตัวเพื่อชีวิต การศึกษานี้จะเกิดขึ้นในโรงเรียนเท่านั้น จึงต้องการหลักสูตรที่มีการกำหนดรายละเอียดของเนื้อหาไว้ทั้งหมดแล้ว คนที่จดจำความรู้ได้มาก ย่อมเรียนรู้ได้ดีกว่าคนที่จดจำความรู้ได้น้อย
         ส่วนในยุคศตวรรษที่ 21 การเรียนรู้คือชีวิต มนุษย์จึงต้องเรียนรู้ การเรียนรู้เกิดขึ้นได้ทุกหนทุกแห่ง และเกิดขึ้นที่ไหนก็ได้ และมนุษย์สามารถเรียนรู้และตัดสินใจด้วยตนเองได้ว่าจะเรียนอะไร เรียนอย่างไร

2.ครูผู้สอนจะต้องเตรียมตัวอย่างไรในอนาคตที่ท่านจะเป็นครูยุดต่อไปข้างหน้า ให้สรุปตามแนวคิดของนักศึกษา
        ในอนาคตครูผู้สอนจะต้องมีความรู้ในการสอนและความรู้นั้นไม่ใช่ว่าเฉพาะเรื่องที่จะสอนเท่านั้นแต่จะต้องมีความรู้ที่หลากหลายและรู้ทุกๆเรื่อง และที่สำคัญครูผู้สอนจะต้องเตรียมตัวอยู่ตลอดเวลา จะต้องมีเทคนิคในการสอนและมีจรรยาบรรณความเป็นครูสูง จะต้องมีความคิดเป็นของตนเอง ไม่ลอกเลียนแบบ จะต้องรู้ลึก รู้จริง และรู้กระจ่างแจ้งในเรื่องนั้นๆ และครูจะต้องใช้เทคโนโลยีเป็นสื่อการเรียนการสอน